จีนส่งสัญญาณฟื้นตัว!

นักลงทุนจีนจะกลับมาซื้อคอนโดไทยอีกครั้งหรือไม่? อ่านสัญญาณก่อนใคร

2 นาทีอ่าน
7 ครั้งที่ดู
จีนส่งสัญญาณฟื้นตัว!

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ “นักลงทุนจีน” ในตลาดคอนโดไทยแทบจะเป็นคำโตกำเนิดเสมอน ตั้งแต่ก่อนโควิด ชาวจีนครองแชมป์อันดับ 1 ของการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยมาโดยตลอด แต่ในระยะหลัง กำลังซื้อของชาวจีนเริ่มชะลอตัวลง — แล้วตอนนี้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง คำถามคือ — ไทยจะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้หรือไม่?

 

📊 จีนยังคงเบอร์ 1 ในตลาดคอนโดไทย

48.3%

สัดส่วนนักลงทุนจีน

14,899 หน่วย

โอนทั้งปี 2568

+9.3% YoY

Q4/2568 เพิ่มขึ้น

25%

มูลค่าโอนทั้งประเทศ

 จากตัวเลขสดของ REIC จะเห็นว่า ชาวจีนยังคงครองอันดับ 1 ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทย เป็นสัดส่วนถึง 48.3% ของต่างชาติทั้งหมด ที่น่าสนใจคือในไตรมาส 4 ของปี 2568 ยอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นถึง 9.3% เทียบปีต่อปี สะท้อนการเริ่มฟื้นความเชื่อมั่นของฉันที่มีนัยสำคัญนี้

 

🌏 ใครซื้อเท่าไหร่? เช็คการแข่งขันของ 5 ชาติสูงสุด

สัญชาตินักลงทุน

สัดส่วน (%)

จำนวนหน่วย

แนวโน้ม 2569

🇨🇳 จีน

48.3%

~7,100

⬆️ คาดเพิ่มขึ้น (Real Demand)

🇲🇲 เมียนมา

8.7%

~1,300

⬆️ ขึ้นเร็วชัดเจน

🇷🇺 รัสเซีย

7.4%

~1,100

➡️ คงที่ (ลดจากแชมป์เก่า)

🇹🇼 ไต้หวัน

5.4%

~800

⬆️ เติบโตต่อเนื่อง

🇺🇸 อเมริกา

4.1%

~600

➡️ คงที่

 

🤔 ทำไมจีนถึงชอบคอนโดไทยเหนือชาติอื่น?

นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัย Cushman & Wakefield อธิบายว่า ไทยยังคงเป็น No.1 ในสายตาชาวจีนสำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยในต่างประเทศ ด้วยเหตุผลหลัก 4 ประการดังนี้

•         ราคาประหยัดกว่าจีนมาก — ชาวจีนซื้อคอนโดใจกลางเมืองไทยได้ในราคาเพียง 5-20% ของราคาคอนโดที่เทียบเท่ากันในปักกิ่ง

•         ชื่อเสียงแบรนด์ Rental Yield สูง — อยู่ที่ 4-7% ต่อปี สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในจีนมาก

•         สภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย — อาหารจีน เน็ตจีน สิ่งอำนวยความสะดวกในแบบจีนหาได้ง่าย เป็นเหตุผลสำคัญ

•         กระจายความเสี่ยง — ย้ายทรัพย์ส่วนหนึ่งออกนอกจีน หลีกความเสี่ยงจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายในและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

 

🔍 เปลี่ยนแปลง! จีนซื้ออะไร กลุ่มไหนบ้างในปี 2569?

สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญคือ “ประเภทของลูกค้าจีน” หลังมาตรการคุมเข้มทุนเทาของจีนและมาตรการไทยเข้มงวดทุนเทา กลุ่มที่เหลืออยู่จึงเป็น “Real Demand” จริงๆ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

•         กลุ่ม Long-Stay — ชาวจีนที่ย้ายมาทำธุรกิจในไทยหรืออยู่ระยะยาว นิยมซื้อคอนโดในทำเลสุขุมวิทและย่าน CBD ราคา 5-15 ล้านบาทขึ้นไป

•         กลุ่มนักลงทุนปล่อเช่า — ซื้อเพื่อชมเชย Passive Income นิยมทำเลใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและไทยลันด์

•         กลุ่ม Digital Nomad จีน — คนรุ่นใหม่ที่ทำงานออนไลน์และเลือกไทยเป็นฐานที่ ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ Thailand LTR Visa เปิดกว้าง

 

⚖️ ฟื้นตัวจริงหรือรอก่อน? ปัจจัยบวก-ลบ

✅  ปัจจัยหนุน — จีนฟื้นตัว

⚠️  ปัจจัยเสี่ยง — ยังต้องติดตาม

•  เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนขึ้น

•  อัตราดอกเบี้ยไทยมีแนวโน้มลดลง จูงใจกู้บ้านมากขึ้น

•  Thailand Elite และ LTR Visa ดึงดูดการพำนักระยะยาว

•  ไทยยังเป็น No.1 ในสายตานักลงทุนจีน

•  คอนโด Luxury มีดีมานด์จริงจากจีน Hi-Net-Worth

•  มาตรการจีนคุมเข้มเงินออกนอกประเทศยังเข้มงวด

•  ไทยเข้มงวดทุนเทา ลดกลุ่มซื้อเพื่อลงทุนเองไว้ขาย

•  ความไม่แน่นอนทางการเมืองในปี 2569

•  คอนโดราคากลางถึงล่าง จีนสนใจน้อยลง

 

💡 สรุป: ทำเลใดที่จีนยังเลือกปี 2569?

จากข้อมูลของ Bangkok Insight และ Cushman & Wakefield ทำเลที่ชาวจีน Real Demand ให้ความสนใจในปี 2569 แบ่งได้เป็น 3 ทำเลหลัก

•         สุขุมวิท / สิลอม-สาทร — คอนโดราคา 5-20 ล้าน สำหรับ “Long-Stay” และธุรกิจจีนในไทย

•         ภูเก็ต / พัทยา — ปล่อเช่าระยะสั้น Rental Yield 5-8% ต่อปี

•         ย่าน CBD ราคาปานกลาง (2-5 ล้าน) — กลุ่ม Digital Nomad และนักศึกษาจีนในไทย

ตลาดคอนโดไทยปี 2569 อาจไม่ฟื้นตัวจากกำลังซื้อคนไทย แต่ “เงินจีน” คือการานที่ดีที่สุดที่จะพยุงตลาดไว้ได้ในช่วงนี้

 

 แท็ก: จีนซื้อคอนโดไทย  |  ต่างชาติลงทุน  |  Rental Yield  |  ตลาดคอนโด  |  REIC  |  Cushman Wakefield

ที่มา: REIC / The Bangkok Insight / Cushman & Wakefield Thailand / DDProperty / Prachachat

แกลเลอรี่รูปภาพ

จีนส่งสัญญาณฟื้นตัว! - Image 1
แท็ก:
จีนซื้อคอนโดไทย
ต่างชาติลงทุน
Rental Yield
ตลาดคอนโด
Cushman Wakefield

เกี่ยวกับผู้เขียน

N2E

No.26 Estates

บทความที่เกี่ยวข้อง